CITY CRACKER

ARI: Bangkok’s Charming Neighbourhood EVO ชีวิตด้วย 7 ความเป็นมิตรและน่าหลงใหลจากย่าน ‘อารีย์’

‘ย่าน’ คือส่วนสำคัญของระบบเมืองที่มีเอกลักษณ์และดูมีชีวิตชีวากว่าพื้นที่ไหนๆ มักมีเสน่ห์ด้วยตัวของมันเอง มีระบบสังคมในหน่วยย่อย ที่จะต่อเนื่องกันไปกับวิถีชีวิต วัฒนธรรม และความเป็นอยู่ ถ้าพูดถึงย่านที่มีเสน่ห์ น่ารัก และอบอุ่นในกรุงเทพฯ เมืองหลวงที่มีแต่ความหลากหลายและแสนจะวุ่นวายนี้ ‘อารีย์’ คงเป็นย่านอันดับต้นๆ ที่ผู้คนมักนึกถึง ไม่ว่าจะความเอื้ออารีและเป็นมิตรก็ดี หรือจากกิจกรรมในย่านที่มักชวนให้คนหลงเข้าไปเดินเล่นแวะพักกายใจให้หายเหนื่อย

หลายๆ คนรู้จักย่านอารีย์กันเป็นอย่างดีจากการเป็นย่านสุดฮิปของเหล่าวัยรุ่น เป็นแหล่งรวมร้านอาหาร คาเฟ่สวยๆ พื้นที่พบปะ กิน ดื่ม แหล่งรวมงานศิลป์และอาร์ตแกลเลอรี่ แต่อารีย์ยังเป็นย่านที่อยู่อาศัยชั้นดี ไปจนถึงแหล่งรวมสถาบันและหน่วยงานราชการต่างๆ ตั้งแต่รัชกาลที่ 6 สิ่งเหล่านี้ทำให้อารีย์ถือเป็นหนึ่งในไม่กี่ย่านของกรุงเทพฯ ที่คนแทบทุกวัยจะนึกถึงได้ เป็นย่านที่สามารถผสมความสมัยใหม่ที่น่าตื่นตาเข้ากับกลิ่นอายของความเก่าแก่จากย่านที่เป็นมรดกตกทอดมาอย่างยาวนาน

Time out สื่อด้านการท่องเที่ยว ไลฟ์สไตล์ และเมือง ได้จัดอันดับให้อารีย์เป็น 49 ย่าน ที่ยอดเยี่ยมที่สุดระดับโลก (The World’s Coolest Neighbourhoods) จากการสำรวจความคิดเห็นและการคัดเลือกของกองบรรณาธิการ ผ่านแบบสอบถามออนไลน์ Time Out Index survey ด้วยเงื่อนไขในการใช้ชีวิตในเมืองต่างๆ เช่น เรื่องของคุณภาพชีวิต มุมมองต่อเมือง เรื่องสนุกสนาน ไปจนถึงความหวัง หรือสิ่งที่ตั้งตารอในฐานะพื้นที่อยู่อาศัย ซึ่งก็น่าดีใจที่ย่านอารีย์ของไทยติดอยู่ใน 49 ย่านนั้น โดยนับได้ว่าทางสื่อได้ยกให้อารีย์เป็นย่านที่ดีที่สุดของกรุงเทพฯ

เมื่อไม่นานมานี้ NUE EVO ARI ก็ได้เปิดตัวใหม่ล่าสุดในฐานะคอนโดมิเนียมบนที่ดินผืนท้ายๆ ของย่านอารีย์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในความเอื้ออารีและดีต่อใจที่ผนวกไปกับสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรของย่าน เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกสบายที่เพิ่มมากแถมยังสนับสนุนความสร้างสรรค์อย่างลงตัว โดยสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมและลงทะเบียนรับข้อเสนอพิเศษได้ที่ nobleurl.com

ถือเป็นเรื่องน่ายินดีที่อารีย์ได้ขึ้นลิสต์ 1 ใน 49 ย่านที่เจ๋งและคูล วันนี้ City Cracker ชวนสำรวจ 7 ความเป็นมิตรและน่าหลงไหลจากย่าน ‘อารีย์’ ที่ช่วยการันตีว่าน่าอยู่และอยู่ได้จริง ให้คุณได้ EVO ชีวิต…ให้ชิดอารีย์กว่าใครผ่านความพิเศษของการใช้ชีวิตอยู่ในย่านอารีย์ที่ได้ถูกพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่บรรยากาศและทัศนียภาพของย่านที่ร่มรื่น ทางเท้าที่เดินได้และดี ความอบอุ่นของคนยุคเก่าและกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มาอยู่ร่วมกัน การเป็นแหล่งสร้างสรรค์ของคนเมือง ความเอื้ออารีของคนและย่านที่อบอุ่นและน่าสนใจ ไปจนถึงการเป็นพื้นที่อยู่อาศัยที่รายล้อมไปด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมซัพพอร์ตคุณภาพชีวิต

Walkable Districtเดินได้และดี กับอารีย์ย่านที่เอื้อต่อการเดินเท้า

หากพูดถึงระบบของย่านอารีย์ หัวใจสำคัญอย่างหนึ่งของความเป็นย่านที่ดีคือการเดินได้ ด้วยตัวขนาดของพื้นที่ย่านไม่ได้กว้างมาก มีถนนขนาดเล็กและเชื่อมต่อกันด้วยซอย มีร้านค้ากระจุกตัวกันเป็นย่อมๆ ตามถนน การเดินจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่งภายในย่านจึงเป็นสิ่งที่เราพบเจอและมักทำกันบ่อยๆ

ด้วยสภาพแวดล้อมและบริบทของอารีย์ จาก Good Walk Score ของ UDDC จึงได้จัดอารีย์เป็นย่านเดดินได้ของกรุงเทพฯ ด้วยคะแนน 72 จาก 100 คะแนน เมื่อเป็นย่านเดินได้และเข้าถึงทุกอย่างได้ ทำให้อารีย์เข้าคอนเซปต์เมือง 15 นาที อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาจด้วยอารีย์เป็นย่านที่ส่งเสริมให้ทุกคนสามารถเข้าถึงทุกอย่างได้ด้วยการเดินเพียงไม่กี่นาทีผ่านการจัดการโครงสร้างพื้นฐาน ไปจนถึงระบบโครงสร้างและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ กระจายไปสู่จุดต่างๆ ของย่าน เดินได้ไม่พอแต่การเดินนั้นคงต้องดีด้วย ซึ่งอารีย์เองก็ถือว่าตอบโจทย์ข้อนั้นได้ เพราะนอกจากที่ตัวย่านจะเอื้อให้เดินได้และเป็นมิตรกับการออกมาใช้ชีวิตแล้ว การเดินไปในทุกๆ ก้าวจะช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคและช่วยให้อายุยืนยาวอย่างมีสุขภาพดี

นอกจากนี้การที่ย่านหรือเมืองเดินได้สะดวกขึ้น ยังเป็นอีกหนึ่งช่องทางกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการรายเล็กๆ อย่างที่กรุงโคเปนเฮเกนพบว่า 33% ของการช้อปปิ้งเกิดขึ้นจากการเดิน และที่อังกฤษมีข้อมูลว่าหลังปรับปรุงทางเท้าให้ดีขึ้นทำให้มีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 20-40% ซึ่งอารีย์ก็ถือว่าทำได้เป็นอย่างดี สามารถกระจายรายได้ไปสู้ผู้ประกอบการรายย่อยผ่านการเดินไปตามตรอกซอกซอย ให้ผู้คนได้ไปแวะเวียนเยี่ยมร้านเล็กๆ น้อยๆ ได้อย่างสม่ำเสมอ

blank

Creative Neighbourhood ชุบชูชีวิตด้วยความเป็นมิตรจากย่านสร้างสรรค์

หลังช่วงปี 2540 ย่านอารีย์เป็นย่านที่กลับมาอยู่ในความสนใจ จากการเป็นย่านที่คนรุ่นใหม่เข้าไปสร้างธุรกิจและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ยิ่งหลังการเปิดบริการของรถไฟฟ้า อารีย์กลายเป็นพื้นที่ที่นักสร้างสรรค์ต่างเข้ามาลงทุน กระทั่งราวปี 2563 ย่านอารีย์-ประดิพัทธ์ก็กลายเป็นย่านกลยุทธ์ในการพัฒนาเป็นย่านสร้างสรรค์

จุดเด่นของอารีย์ในปัจจุบันคือการเป็นแหล่งกินดื่มยอดนิยม มีตั้งแต่ร้านอาหารทั่วไป คาเฟ่ ร้านกินดื่มทั้งบาร์ อิซากายะ เรียกได้ว่ามีทุกเชื้อชาติ มีตั้งแต่กิจการใหม่ล่าสุด ไปจนถึงการปรับปรุงบ้านเก่าให้กลายเป็นกิจการใหม่ๆ จากข้อมูลของ TCDC ในฐานะกลุ่มพัฒนาย่านสร้างสรรค์ ได้ให้ข้อมูลว่าจุดแข็งของอารีย์คือ กิจการร้านอาหาร แต่อารีย์ยังเต็มไปด้วยกิจการสร้างสรรค์มากมายทั้งอุตสาหกรรมดนตรี สตูดิโอออกแบบสถาปัตยกรรม อุตสาหกรรมแฟชั่น บางส่วนของย่านอารีย์-ประดิพัทธ์ก็มีลักษณะเป็นชุมชนของนักออกแบบที่เหล่านักออกแบบจะมาร่วมตัวกันใช้พื้นที่เป็นสตูดิโอเล็กๆ เช่น โครงการ space 33

เวลาเราไปอารีย์ เราจะนึกถึงว่าย่านมันมีเสน่ห์นะ มีความอาร์ตและความสร้างสรรค์ที่กระจุกกระจิกน่ารัก มีโทนสีร้านค้าและอาคารที่น่าหลงใหล แวดล้อมดูสนุกและคุมโทนกันไปหมด ซึ่งสิ่งนี้ก็ผสมกันไปกับร้านค้า ร้านกาแฟ ชอปเฮ้าส์ต่างๆ ให้ร้านมันมีจุดถ่ายรูปที่สวยๆ แปลกตา เหล่านี้มันก็คือความสร้างสรรค์ของผู้ประกอบการในย่านที่นำมาแสดงให้ผู้คนได้เห็น นัยหนึ่งก็คือการแข่งขันของร้านค้าที่จะสร้างเอกลักษณ์มาดึงดูด แต่อีกนัยหนึ่งมันก็คือการพัฒนาย่านให้ไปในเส้นทางเดียวกัน กระตุ้นความสร้างสรรค์ให้เด่นชัดกว่าย่านอื่นๆ

ด้วยความที่อารีย์เป็นแหล่งกระจุกตัวของคาเฟ่ Co-working Space และอาร์ตแกลเลอรี่ต่างๆ กลุ่มคนที่ทำงานด้านสร้างสรรค์ ก็มักจะมาฝากใจไว้ มาหาไอเดียใหม่ๆ มาฟื้นสมองให้ผ่อนคลายและชุบชูใจ ลองนึกว่าปกติเราก็มักฝากชีวิตและพึ่งพาร้านกาแฟเป็นแหล่งนั่งทำงานอยู่เสมอๆ แล้วอารีย์มันตอบโจทย์ ย่านกับผู้คนเลยผูกพันธ์กันไปในตัว คนก็ต้องการความสร้างสรรค์จากย่าน ย่านก็ต้องการผู้คนเพื่อมากระตุ้นให้มีชีวิตชีวา อารีย์จึงมีชีวิตขึ้นได้มาจากงานและคนที่สร้างสรรค์

blank

Surrounded with good facilities พัฒนาคุณภาพชีวิต ด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อและลงตัว

ย้อนกลับไปก่อนนี้การเกิดขึ้นของอารีย์นั้นสัมพันธ์กับโครงสร้างพื้นฐานมาตั้งแต่อดีต ช่วงรัชกาลที่ 5 และ 6 ที่เมืองเริ่มมีการขยายตัวจากการสร้างพระราชวังดุสิตและการสร้างทางรถไฟสายกรุงเทพ-อยุธยาและกรุงเทพ-นครชัยศรี ทำให้บริเวณริมทางรถไฟแถวถนนนครไชยศรี บางซื่อ จตุจักร และสามเสนในเกิดการพัฒนาขึ้น มีหน่วยงานราชการต่างๆ จนกระทั่งหลังเปลี่ยนแปลงการปกครองถนนและรถยนต์เข้ามามีบทบาทสำคัญมากขึ้น เกิดการตัดถนนพหลโยธินขึ้นเป็นถนนเชื่อมไปยังดอนเมือง และยกระดับเป็นทางหลวงเชื่อมกรุงเทพ-ลพบุรี สิ่งเหล่านี้คือการมาถึงของความเจริญผ่านถนน ทำให้พื้นที่สองข้างทางของถนนพหลโยธินและอารีย์กลายเป็นพื้นที่สำคัญของกรุงเทพฯ

หลังการเติบโตขึ้นผ่านถนน อารีย์มีการตั้งสถานที่ราชการเพิ่มขึ้น เช่น กระทรวงการคลัง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมประชาสัมพันธ์ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ไปจนถึงสถานีโทรทัศน์กองทัพบก และมีอาคารสำนักงาน เช่น อาคารปิยวรรณ SME Bank Tower อาคารพหลโยธิน และ Pearl Bangkok จนกลายเป็นแหล่งงานสำคัญของเมือง ส่วนหนึ่งก็เพราะมีเส้นทางการเดินทางที่เข้าถึงง่ายและสะดวก ในส่วนของโรงพยาบาลที่อยู่ในละแวกย่านก็จัดว่าพร้อมไม่ว่าจะเป็น โรงพยาบาลวิชัยยุทธ โรงพยาบาลพญาไท 2 โรงพยาบาลประสานมิตร และโรงพยาบาลราชวิถี

นอกจากถนนพหลโยธินที่เป็นเส้นทางหลักของอารีย์แล้ว อารีย์ยังมีซอกซอยให้ทะลุไปมาหาสู่กันได้โดยง่าย รวมถึงไปสู่พื้นที่อื่นๆ ของเมืองได้ เช่น พหลโยธิน 7 ที่จะผ่านซอยอารีย์ต่างๆ ไปยังถนนพระราม 6 หรือพหลโยธิน 5 ที่จะผ่านซอยอารีย์สัมพันธ์ไปถนนพระราม 6 เช่นกัน ซึ่งบริเวณนั้นก็สามารถมุ่งหน้าเข้าสู่ทางด่วนเศษศรีรัชได้ และหากวิ่งเข้าเส้นพหลโยธิน 2 ก็จะสามารถไปทางทางด่วนทางยกระดับอุตราภิมุขได้เช่นกัน แต่อย่างไรก็ตามคนส่วนใหญ่ยังนิยมเดินทางด้วยรถไฟฟ้าเสียมากกว่า

ภายหลังจากที่รถไฟฟ้า BTS เปิดให้บริการในปี 2542 อารีย์เริ่มได้รับการเปลี่ยนโฉมให้กลายเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยชั้นดีจากการที่มีการเดินทางที่สะดวกมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น BTS สายสีเขียวเข้ม ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต อนาคตก็จะมีสายสีส้ม ช่วงตลิ่งชัน-ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย-บางกะปิ-มีนบุรีเข้ามาเพิ่ม และสายสีแดงเข้ม ธรรมศาสตร์-บางซื่อ-หัวลำโพง-บางบอน-มหาชัย

blank

Strong Community Network เพื่อนบ้านอารี(ย์) คอมมูนิตี้ที่เป็นมิตรและเข็มแข็ง

อารีย์ไม่ได้มีดีแค่การเป็นย่านสมัยใหม่ ที่มีร้านกาแฟสวยๆ หรือแกลเลอรี่ แต่อารีย์ได้รับการยกให้เป็นย่านที่ยอดเยี่ยมจากบรรยากาศอันร่มรื่น จากภาพการอยู่อาศัยร่วมกันทั้งของคนรุ่นเก่าและคนรุ่นใหม่ แต่ที่สำคัญที่สุดคือการรวมตัวกันในยามวิกฤติของชาวย่านอาเรี่ยน คือเมื่อเกิดโรคระบาดขึ้นเราจะเห็นการเกิดขึ้นของโครงการมากมายเพื่อช่วยเหลือกัน

ความพิเศษจริงๆ ของอารีย์ คือการมีบริบทเฉพาะตัวของความเป็นชุมชนที่เอื้ออารีและเกื้อกูล นิตยสาร Time Out ได้ยกย่องอารีย์ไว้ได้อย่างน่าอบอุ่นใจว่า อารีย์เป็นย่านที่ปรับและฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วในช่วงสถานการณ์วิกฤต หรือโรคระบาด โดยใช้ความเป็นชุมชนในการเกื้อกูลและพาคนในชุมชนผ่านพ้นวิกฤติโรคระบาดไปได้

ทาง Time Out ได้พูดถึงการก่อตั้งชุมชนออนไลน์ของอารีย์ การปรับตัวของกลุ่มกิจการ และการมีระบบเดลิเวอรี่เพื่อนำส่งสิ่งของ อาหาร และน้ำดื่มที่จำเป็นในช่วงโรคระบาด แน่นอนว่าอารีย์ที่เต็มไปด้วยความสร้างสรรค์และความเป็นชุมชนอยู่แล้ว อารีย์จึงใช้แพลตฟอร์มออนไลน์และความคิดสร้างสรรค์ รวมถึงกิจการของตัวเอง ในการดูแลผู้คนและรักษากิจการของตัวเองไปพร้อมๆ กัน โดยในห้วงวิกฤตินั้น คนทุกช่วงวัยในย่านก็ต่างร่วมแรงร่วมใจ ดูแลกันจนผ่านพ้นจุดที่ยากลำบากที่สุดมาได้

ยกตัวอย่างเช่นแพลตฟอร์ม Ari Around ที่เกิดจากการรวมตัวกันของกลุ่มนักพัฒนา ดีไซเนอร์ และนักสร้างสรรค์ในย่านอารีย์-ประดิพัทธ์ ได้คิดค้นวิธีการเชื่อมโยงและสร้างสรรค์ย่านให้อยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืนกับทุกกลุ่มผู้ใช้ชีวิตภายในย่าน ตั้งแต่เรื่อง คุณภาพชีวิต ความสัมพันธ์ และความยั่งยืนของโลก โดยมีจุดมุ่งหมายสำคัญ คือการร่วม

blank

Eco-Friendly District อารีย์กับแวดล้อมของย่านที่เป็นมิตรต่อคนและโลก

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสภาพแวดล้อมโดยรอบตัว คือปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่เป็นตัวกำหนดและใช้ในการตัดสินใจเวลาเลือกทำเลที่อยู่อาศัย อารีย์เป็นย่านไม่กี่ย่านในกรุงเทพฯ ที่มีความผสมผสานของย่านผ่านความหลากหลายของผู้คนจากวัยและเชื้อชาติ ความอุดมสมบูรณ์ ไปจนถึงมีการผสานกันของพื้นที่ทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ บรรยากาศของย่านก็ดูสบายๆ มีพื้นที่ทางเท้าที่เดินได้ยาวๆ เหล่านี้ถือว่าได้สร้างสีสันและความมีชีวิตชีวาให้ย่านเป็นมิตรกับผู้คนได้เป็นอย่างดี

นอกจากการเป็นย่านที่เป็นมิตรกับคนเดินเท้าแล้ว แน่นอนว่าอารีย์เป็นย่านที่เป็นมิตรกับโลกและคน คือมีพื้นที่สีเขียวสาธารณะภายในย่านให้คนเข้าไปใช้บริการได้อยู่ เช่น พื้นที่สวนสาธารณะของกรมประชาสัมพันธ์ ที่คนภายในย่านและคนทั่วไปต่างแวะเวียนเข้ามาทำกิจกรรมกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ใจได้ฟูกันไปไม่ต้องเงียบเหงาอยู่แต่ภายในบ้าน ทั้งอารีย์ยังเป็นมิตรผ่านการสร้างความยั่งยืนในหลายๆ รูปแบบ ตั้งแต่การมีร้านกาแฟเพื่อสิ่งแวดล้อม หรือ Green Coffee Shop ที่เน้นเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อโลกทดแทนพลาสติก โดยตัดลดวัสดุบางชนิดที่ไม่จำเป็นและอาจเป็นขยะเพิ่ม อย่าง NANA Coffee Roasters Ari ก็เป็นหนึ่งในร้านกาแฟแรกๆ ที่ปรับเปลี่ยนธุรกิจจากร้านกาแฟทั่วไปมาเป็นร้านกาแฟเพื่อสิ่งแวดล้อม

ความยั่งยืนของย่านอารีย์ยังแสดงออกผ่านความร่วมไม้ร่วมมือกันของคนภายในย่านอีกด้วย AriAround ได้มีการสร้างสกุลเงิน AriCoin (ARIC.) ขึ้นเพื่อมากระตุ้นและปลูกจิตสำนึกให้คนในพื้นที่อยากทำให้อารีย์ดีขึ้น โดย AriCoin เป็นเหรียญจำลองที่ใครๆ ก็มีได้ เพียงแค่นำเอาขยะพลาสติก ขวด กระป๋อง มาแลกเปลี่ยนเป็นเหรียญโทเค็น โดยสุดท้ายเหรียญนี้จะนำไปแลกสิทธิพิเศษต่างๆ ในเครือร้านค้าของย่าน เช่น เป็นส่วนลดร้านกาแฟ หรือนำไปแลกต้นไม้ฟรี

ภายหลังจากการเกิดแพลตฟอร์มนี้ขึ้น สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ ทุกคนในย่านไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการร้านค้า หรือผู้อยู่อาศัยเริ่มให้ความสนใจกับการแยกขยะและสร้างความยั่งยืนให้ย่านนี้กันอย่างต่อเนื่อง เช่น เริ่มเพาะกล้าไม้กันเอง นำเศษอาหารมาทำปุ๋ยหมัก โดยทุกวันนี้กิจการในย่านเริ่มมีความเข้าใจและสนใจที่จะเป็นส่วนหนึ่งของวงจรทรัพยากรหมุนเวียน (Circular Economy) และเริ่มขับเคลื่อนกันอย่างเข็มแข็ง

blank

All Gen Can live together อบอุ่นหัวใจ ด้วยย่านที่เอื้ออารีต่อคนทุกวัย

ด้วยความที่อารีย์เป็นย่านที่เติบโตผ่านการเป็นที่พักอาศัยชั้นดีของเหล่าข้าราชการในอดีต จนใครๆ หลายคนก็เรียกอารีย์ว่า ‘ย่านขุนน้ำนางเก่า’ หน้าตาของอารีย์ในปัจจุบันจึงยังคงหลงเหลือกลิ่นอายเก่าๆ ของอาคาร สถาปัตยกรรม วิถีชีวิตแบบดั้งเดิม วัฒนธรรม ไปจนถึงผู้คนหลายครอบครัวที่อยู่สืบต่อกันมาหลายยุคหลายสมัย ภายหลังที่อารีย์เริ่มเข้าสู่ยุคเฟื่องฟูจากการเกิดขึ้นของรถไฟฟ้า BTS จนกลายเป็นพื้นที่ที่เหล่านักสร้างสรรค์ต่างเข้ามาลงทุน อารีย์จึงมีความหลากหลายมากขึ้นจากการอยู่รวมกันอย่างลงตัวของความเก่าและความใหม่ภายในย่าน และเกิดเป็นภาพของการอยู่ร่วมกันของคนหลายเจเนเรชั่น

ถ้าเดินย่ำเท้าเข้าไปในอารีย์จะเห็นเลยว่า อารีย์มีเสน่ห์มากๆ จากการที่นำอาคารและบ้านเก่าสุดคลาสสิคสไตล์โมเดิร์นมาประกอบเป็นกิจการร้านอาหารและและคาเฟ่แนวใหม่ๆ บางร้านก็ตกทอดสูตรดั้งเดิมมาตั้งแต่รุ่นตายาย และเราก็จะเห็นว่ายังมีร้านอาหารอีกหลายร้านที่คนวัยนั้นเปิดขายอยู่ แต่ที่เราเห็นคือมันไม่ใช่แค่คนวัยเดียวกันมาใช้บริการ แต่ยังมีเด็กวัยรุ่นที่เทียบกันแล้วคือวัยลูกหลานเข้ามาไม่ขาดสาย บ้างก็บอกกันว่ามากินตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ หรือบางคนก็บอกว่าหาแบบนี้กินที่ไหนไม่ได้แล้ว สิ่งนี่คือทำให้เราเห็นว่าย่านมันมีคนหลายวัยอยู่นะ แล้วมันส่งต่อกันเป็นรุ่นๆ ทำให้เรามองว่าอารีย์คือย่านที่เอื้อต่อการอาศัยของคนทุกวัยจริงๆ

blank

NUE EVO ARI EVO ชีวิต…ให้ชิดอารีย์กว่าใคร

ในฐานะที่อารีย์ติด 1 ใน 49 ย่านที่ดีที่สุดในโลก จากความเอื้ออารีและดีต่อใจ จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ทำให้ทำเลของย่านนี้กลายเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยชั้นดีระดับต้นๆ ของกรุงเทพ ที่มีผู้คนมากมายต้องการซื้อไว้เพื่ออยู่อาศัย อีกทั้งยังเป็นทำเลทองของเหล่าบรรดานักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ ต่างเข้ามาจับจองไว้เพื่อการลงทุน ความพิเศษของการใช้ชีวิตอยู่ในย่านอารียย์นี้คือ การได้รับความสุนทรีย์จากความสร้างสรรค์ การมีทางเท้าที่เดินและดีจนกระตุ้นการออกมาใช้ชีวิตนอกบ้าน พร้อมด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่โอบล้อมและลงตัว ไปจนถึงผู้คนหลากหลายวัยที่เป็นมิตรและคอยช่วยเหลือกันอย่างเข็มแข็ง

NUE EVO ARI คอนโดมิเนียมหน้ากว้างที่เพิ่งเปิดตัวใหม่ล่าสุดบนที่ดินผืนท้ายๆ ของย่านอารีย์ บริเวณใจกลางซอยอารีย์ 1 ซึ่งห่างจากสถานีรถไฟฟ้า BTS อารีย์เพียง 300 เมตร คือหนึ่งในความเป็นมิตรและน่าหลงใหลจากย่านอารีย์ที่จะมาช่วยคุณ EVO ชีวิต ให้ชิดอารีย์กว่าใครในทุกๆ ไลฟ์สไตล์ และพร้อมให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์ดีๆ ผ่านการเป็นชาวอาเรี่ยน
.
นอกจากในละแวกย่านที่จะมีสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรและเอื้ออำนวยความสะดวกแล้ว NUE EVO ARI ยังจัดเต็มไปด้วยรูปแบบที่พักอาศัยกว่า 5 แบบและพื้นที่ส่วนกลางที่สนับสนุนความสร้างสรรค์และความสบายมากถึง 6 โซน 18 สิ่งอำนวยความสะดวก ตั้งแต่ Verdant Lobby ลอบบี้โทนสีอบอุ่น ที่ห้อมล้อมด้วยวิวธรรมชาติกลางเมือง Alfresco Yard สวนร่มรื่นที่เข้ามาเติบความสงบในการใช้ชีวิต Sky Social Club พื้นที่ส่วนกลางดาดฟ้าที่ครบครันตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ Stairway Sanctuary สวนขั้นบันไดที่ทำให้มองเห็นวิวย่านอารีย์ได้ในหลายระดับ Ari Sky Lounge เล้าจน์ที่จะเสกให้ทุกค่ำคืนของคุณเป็นคืนที่พิเศษ และสุดท้าย SKY PATIO สวนที่ผสานเข้ากับสนามกอล์ฟให้ได้พักเหนื่อยจากการ WFH ที่อ่อนล้า

ร่วมชมห้องตัวอย่างได้ที่ สำนักงานขาย ชั้น 3 La villa Ari พร้อมจับจองยูนิตพิเศษ ในราคาเริ่มต้นเพียง 3.9* ล้าน (ยูนิตพิเศษ จำนวนจำกัด) หรือ 130,000 บาท* / ตรม. โดยสามารถอ่านระเอียดเพิ่มเติมและลงทะเบียนรับข้อเสนอพิเศษได้ที่ nobleurl.com

อ้างอิงข้อมูลจาก

silpa-mag.com

bangkokdesignweek.com

hr.tcdc.or.th

timeout.com

timeout.com

ddproperty.com

condonewb.com

Photo by Nawin Deangnul
Share :
Close Menu