CITY CRACKER

‘พานกเข้าบ้าน’ สร้างพื้นที่บ้านให้เป็นมิตร ใกล้ชิดกับธรรมชาติและนก

ทำไมเราถึงชอบเปิดเสียงธรรมชาติคลอเวลาพักผ่อน ทำไมการไปท่องเที่ยวตามป่าเขาหรือทะเลแล้วทำให้เรารู้สึกมีพลัง หรือเวลาไปเดินตามสวนสาธารณะแล้วได้ยินเสียงใบไม้เสียดสี เสียงนก แล้วจิตใจเรารู้สึกชุ่มชื่นขึ้นมา นั่นเป็นเพราะว่าจิตใต้สำนึกเราผูกพันและโหยหาธรรมชาติอยู่ตลอดเวลา การได้พบเจอสักเสี้ยวหนึ่งของธรรมชาติก็ช่วยบรรเทาความเครียดลงและทำให้สุขภาพจิตดีขึ้นได้

ทุกวันนี้รูปแบบการใช้ชีวิตของเรา พาเราห่างไกลจากธรรมชาติออกไปทุกที เราเลยอยากชวนคุณมาลองเปิดบ้านต้อนรับนก ให้มาเยี่ยมเราใกล้ ๆ พาเอาธรรมชาติกลับเข้ามาให้มันชุ่มชื่นหัวใจสักหน่อย มาดูกันว่าเราจะสร้างพื้นที่ในบ้านเราให้เป็นพื้นที่ที่นกก็สามารถอาศัยได้อย่างไร

allaboutbirds.org

บ้านเราก็เป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศ

มนุษย์เราเองก็ถือเป็นสัตว์ชนิดหนึ่งในระบบนิเวศ เราต่างต้องพึ่งพาประโยชน์จากระบบนิเวศเพื่อมีชีวิตอยู่ ไม่น่าแปลกใจที่ในบ้านของเรามีเหล่าสัตว์และแมลงที่เราไม่ค่อยจะพิศมัยนักมาคอยเก็บกินซากอาหารของเรา ในเมื่อเราเองก็เป็นผู้บริโภค จากผู้ผลิตอาหารที่เดินทางมาไกลจนจบลงในจานอาหารของเรา การที่เราจะแปลงพื้นที่ของเราให้เกิดความเชื่อมโยงกับนิเวศ คงต้องเริ่มจากการตั้งคำถามว่า บ้านของเราจะมีบทบาทต่อระบบนิเวศได้อย่างไรบ้าง ซึ่งประโยชน์อย่างง่ายที่สุด อย่างการเป็นแหล่งอาหาร เป็นสิ่งที่เราจะมาแนะนำให้ลองทำกัน

หากเรานึกดูว่าพื้นที่แบบไหนบ้างที่เราจะเจอนก แน่ละว่าอย่างน้อยจะต้องเป็นพื้นที่ที่มีต้นไม้ มีน้ำ เพราะว่าพื้นที่เหล่านี้กำลังทำหน้าที่เป็นแหล่งอาหาร เป็นที่อยู่อาศัยให้กับนก แต่หากเราลองพิจารณาดูการใช้งานพื้นที่ให้ละเอียดลงไปจะพบว่า สัตว์ทุกชนิดมีความต้องการพื้นฐานเพื่อดำรงชีพ 4 อย่างด้วยกัน คือ แหล่งอาหาร แหล่งอาศัย แหล่งหลบภัย และพื้นที่สำหรับสืบพันธุ์

เรามาลองพิจารณาขนาดพื้นที่ที่เรามี สำหรับสวนน้อย ๆ อย่างพื้นที่ระเบียงอาคาร เราอาจจะเน้นให้สวนของเราเป็นแหล่งอาหาร มากกว่าที่จะเป็นแหล่งอาศัย แหล่งหลบภัยหรือพื้นที่สืบพันธุ์ที่ต้องการพื้นที่ขนาดใหญ่กว่า หากเรามีพื้นที่สวนบ้าน นั่นเป็นโอกาสดีที่จะเสริมความสามารถของสวนเราให้เป็นที่อยู่อาศัยของนกได้ด้วย

แนวคิดการทำสวนให้เป็นมิตรต่อสิ่งมีชีวิตอื่นๆ (nwf.org)

เราจะปลูกอะไรดี

เมื่อได้ความคิดแล้วว่าสวนของเราจะมีทำหน้าที่อะไร มาสู่ขั้นตอนการเลือกเอาพืชพรรณมาใช้ให้เหมาะสมกับการชวนนกเข้าบ้าน แต่ว่าการจะชวนนกเข้าบ้านนั้น มีกฎสำคัญนั่นก็คือ เราจะต้องไม่ใช้สารเคมีในการกำจัดศัตรูพืช แต่ศัตรูพืชก็อาจไม่ใช่ปัญหากวนใจ เหตุผลว่าทำไมเราจะเล่าให้ฟังในลำดับถัดไป

แล้วพืชพรรณที่เราจะเลือกมาเป็นอาหารให้แก่นก จะเป็นต้นอะไรดี จะมีดอกดีไหม คำตอบอยู่ที่ลักษณะปากของนก เราจะขอยกตัวอย่างลักษณะจะงอยปาก 3 แบบที่น่าจะพบเจอได้ง่ายในเมือง ตัวอย่างแรกที่เราจะยกมาเล่าให้ฟัง คือ นกที่จะงอยปากหนา เป็นที่จะงอยต้องมีความแข็งแรงเพราะนกประเภทนี้จะกินเมล็ดพืชเป็นส่วนใหญ่ เช่น นกกระจอก นกกระติ๊ด

นกกระจอก (pixabay.com)

ต่อมาที่นกที่จะงอยปากแหลมเพรียว จะเป็นนกที่กินแมลงหรือผลไม้ เช่น นกกางเขน นกเขาชวา นกปรอดสวน

นกเขาชวา (pixabay.com)

 

ส่วนตัวอย่างสุดท้ายคือ นกที่จะงอยปากเรียวยาว เพื่อให้สามารถกินน้ำหวานได้ถนัด เช่น นกกินปลี นกสีชมพูสวน เป็นต้น

ลักษณะจะงอยปากนกตามอาหารที่กิน (raritanheadwaters.org)

 

เมื่อเรารู้แล้วว่าพืชแบบไหนที่จะดึงดูดนกอะไร เราก็มาเริ่มดูกันว่าพืชอะไรที่ให้อาหารแต่ละแบบ โดยพืชที่เราควรให้ความสำคัญก่อนคือ ไม้ท้องถิ่น แต่หากไม่มีทางเลือกจริงๆ ด้วยเงื่อนไขทางพื้นที่ เช่น ระเบียงห้องร้อนมาก ก็อาจจะต้องใช้พืชต่างถิ่นที่มีความทนทานต่อสภาพอากาศแทน หรือระเบียงค่อนข้างร่มก็จะต้องลองหาพืชที่ไม่ชอบแสงแดดจัด ตัวอย่างพืชที่ให้ดอกให้เมล็ด เช่น พืชสวนครัวต่างๆ กะเพรา อัญชัน แมงลัก ผักบุ้งไทย เล็บมือนาง หรือไม้ดอกสวย อย่าง โมก ชบา พืชต่างถิ่นที่ให้ดอก เช่น บานไม่รู้โรย ต้อยติ่ง ผกากรอง ไมยราบ แต่พืชกลุ่มนี้สุดแสนจะถึกทน เวลาจะรื้อออกเพื่อเปลี่ยนต้นก็ต้องเหนื่อยหน่อย หรือจะกลุ่มพืชที่ให้ผล เช่น กล้วย หว้า ไทร ตำลึง มะละกอ อันนี้แนะนำสำหรับคนที่พอมีที่ทางเพราะค่อนข้างใช้พื้นที่ปลูก

ผลต้นไทรที่สุกแดง อาหารชั้นดีของนก (medthai.com)

 

ถ้าสงสัยว่าแล้วพืชอะไรคือพืชต่างถิ่น ลองไปดูตัวอย่างพืชต่างถิ่นที่ สำนักงานนโยบายและแผน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวบรวมมาไว้แล้วได้เลย chm-thai.onep.go.th

รูปแบบการปลูกเราขอแนะนำให้ปลูกผสมผสานกันจำลองความหลากหลายของสายพันธุ์ในพื้นที่ โดยอาจปลูกพืชดอกผสมกับพืชใบ เพื่อให้พืชดอกช่วยล่อแมลงออกจากพืชใบ ซึ่งจะช่วยให้ลดการใช้สารเคมีเพื่อกำจัดศัตรูพืชได้ ส่วนตัวได้ทดลองแล้วพบว่าถ้าปล่อยให้ดูรก ๆ ฟู ๆ แล้วนกจะยิ่งชอบ เพราะมีที่ซ่อนตัวจากสายตาเรา ให้ตัดแต่งเพื่อควบคุมความสูงให้ได้แดดทั่วถึงกันก็เพียงพอแล้ว

นอกจากนี้เรายังมีวิธีการปลูกก็มีเทคนิคเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างลองปลูกพืชหลาย ๆ แบบในกระถางใหญ่กระถางเดียว โดยอาจมีการปรับระดับดินในพื้นที่ปลูกให้มีระดับสูงต่ำต่างกัน เพื่อให้พืชที่มีระบบรากแตกต่างกันได้มีพื้นที่ของตนเองและช่วยควบคุมไม่ให้พืชชนิดใดชนิดหนึ่งที่โตไวยึดครองพื้นที่ไปจนหมด

นกที่มีโอกาสมาเยี่ยมเยียนเรา

ชนิดนกในเมืองที่เราอาจจะได้เจอมาแวะเวียนหาอาหาร สำหรับนักดูนกมือใหม่ ลองสังเกตลวดลายและสีสัน ตามจุดสังเกตที่สำคัญ เช่น หัว ปีก อก หรือสะโพก เพื่อช่วยในการจำแนกสายพันธุ์

ส่วนต่างๆ บนตัวนก ที่เราเอาไว้จำลักษณะเพื่อตรวจสอบว่าเป็นสายพันธุ์ไหน (khaosod.co.th)

 

นอกจากนี้เรายังมีโอกาสได้เจอกับผีเสื้อที่บินมาหาน้ำหวานกินอีกด้วย แต่ว่าพื้นที่ใกล้บ้านอาจจะต้องมีสวนหรือต้นไม้ที่ผีเสื้อชอบอยู่บ้างถึงจะมีโอกาสได้เจอ หากได้เจอแล้ว แต่ไม่รู้ว่าเราได้เจอผีเสื้ออะไร เราก็สามารถเข้าไปเปรียบเทียบสีและลวดลายของผีเสื้อที่เจอที่ได้ที่นี่

เป็นส่วนหนึ่ง(เล็กๆ)ของการสร้างความเชื่อมต่อทางนิเวศ

เมืองทุกวันนี้มีการพัฒนาและขยายตัว ซึ่งทำให้เรามีพื้นที่ดาดแข็งเพิ่มมากขึ้นว่าแต่ก่อนรวมไปถึงพื้นที่สีเขียวในพื้นที่เมืองลดลงด้วย แม้ว่าการลดลงของพื้นที่สีเขียวอาจจะยังบอกไม่ได้ชัดเจนว่ามีการลดลงของพื้นที่ธรรมชาติไปเท่าไหร่ แต่ถ้าเราลองสังเกตดูก็จะเห็นว่าพื้นที่สีเขียวใหม่ที่เกิดขึ้นในเมือง บางพื้นที่เป็นสนามหญ้า หรือพื้นที่สีเขียวที่ไม่ค่อยมีความหลากหลายของพืชพรรณ ซึ่งทำให้พื้นที่สีเขียวเหล่านั้นขาดคุณสมบัติในการส่งเสริมระบบนิเวศของเมือง

ภาพแสดง NDVI ตั้งแต่ปี ค.ศ.1991 – 2016 ส่วนที่มีค่ามากกว่า 0.3 แสดงถึงพื้นที่สีเขียว (doi.org)

 

การปรับเปลี่ยนรูปแบบสวนของเราให้จำลองความเป็นธรรมชาติได้มีบทบาทในนิเวศระดับย่านบ้าน ให้ได้เป็นแหล่งผลิตอาหารแก่สัตว์และมนุษย์ นอกจากนี้ยังได้มีคุณประโยชน์ทางอ้อมอีกด้วย อย่างการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ การช่วยดูดซับน้ำฝน หากเราถอยออกมามองพื้นที่สวนเล็ก ๆ ของเราว่ามีพื้นที่สีเขียวอยู่ในบริเวณใกล้เคียง ก็อาจได้เป็นหนึ่งในการเชื่อมต่อทางนิเวศ ในลักษณะของเส้นทางสีเขียว Corridor หรือ ผืนพืชพรรณแบบ Stepping Stone

บทความวิจัยเรื่อง The Matrix Enhances The Effectiveness Of Corridors And Stepping stones ได้ทำการจำลองถิ่นที่อยู่ของเพลี้ยกระโดดขึ้น เพื่อทดลองว่าเพลี้ยกระโดดจะสามารถเดินทางจากจุดอาศัยตั้งต้นไปสู่พื้นที่พืชพรรณที่อยู่ห่างออกไปได้หรือไม่ จากการทดลองพบว่าเพลี้ยกระโดดสามารถเดินทางไปสู่อีกพื้นที่หนึ่งได้ดี โดยการมีแนวพืชพรรณที่เป็นพุ่ม หรือกลุ่มพุ่มไม้ที่ปลูกเป็นระยะ ทำให้เพลี้ยกระโดดไปได้ ซึ่งในกรณีของสัตว์อื่น ๆ แล้ว แนวหรือกลุ่มพืชพรรณที่กระจายอยู่จะเป็นเส้นทางการเดินทางจากแหล่งที่อยู่อาศัยหนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง ซึ่งทำให้สัตว์มีความสามารถในการเดินทางไปหาอาหารและหลบภัยในพื้นที่ที่มีความเป็นธรรมชาติสูงกว่าได้

จะเห็นได้ว่าการมีเส้นทางเพื่อเชื่อมต่อมีส่วนช่วยในการกระจายพันธุ์ของสัตว์ แต่ระบบการเชื่อมต่อจะต้องมีผืนพื้นที่ธรรมชาติเพื่อให้สัตว์ได้หยุดพักหากินก่อนเดินทางต่อ อาจเป็นหย่อมพื้นที่สีเขียวที่มีขนาดใหญ่หรือสวนสาธารณะก็ได้ ซึ่งหากยิ่งมีขนาดที่ใหญ่ก็จะยิ่งมีความหลากหลายของชนิดพันธุ์ภายในมากยิ่งขึ้น

การเชื่อมต่อแหล่งที่อยู่ของสัตว์ด้วยการเชื่อมต่อแบบต่างๆ (content.yardmap.org)

 

เมื่อมาถึงในระดับเมือง ถ้าหากจะสร้างการเชื่อมต่อให้เกิดขึ้น ย่อมจะต้องอาศัยข้อมูลและการศึกษาเพื่อสนับสนุนการวางแผน ให้เกิดการวางพื้นที่เพื่อสร้างการเชื่อมต่ออย่างเป็นเหตุเป็นผลและมีกลยุทธ์ในระยะยาว รวมไปถึงการกำหนดรูปแบบการใช้งานพื้นที่เมืองโดยมีตัวชี้วัดที่การคำนึงถึงคุณค่าในเชิงนิเวศให้ปรากฎอยู่ในผังการพัฒนาเมือง สิ่งที่เราต้องการจากภาครัฐคือวิสัยทัศน์ การสนับสนุนทั้งทางตรงและทางอ้อมในระดับเมืองเพื่อให้เห็นทิศทางที่จะมีต่อสิ่งแวดล้อมเมืองในอนาคตต่อไป

วันนี้เรามาเตรียมตัวเรียกนกให้มาเที่ยวบ้านเรา ถ้าในอนาคตสถานการณ์เป็นใจ เราคงได้มีโอกาสชวนใครต่อใครมาเที่ยว “เธอ ๆ มาดูนกที่ห้องเรามั้ย” ให้มันรู้กันไปว่า เราชอบดูนก แต่เราไม่นกนะ

 

อ้างอิงข้อมูลจาก

http://www2.ca.uky.edu/agcomm/pubs/for/for74/for74.pdf

https://www.stockholmresilience.org/research/research-news/

https://www.researchgate.net/publication/

https://www.birdsandblooms.com/gardening/attracting-butterflies/create-ultimate-backyard-wildlife-habitat/

https://www.seub.or.th/bloging/

https://doi.org/10.1890/04-0500

http://natres.psu.ac.th/Department/PlantScience/weed/weedsspp.htm

https://www.birdsandblooms.com/gardening/attracting-butterflies/create-ultimate-backyard-wildlife-habitat/

https://www.earth.com/news/urban-areas-stepping-stones-risk-species/

https://www.stockholmresilience.org/research/research-news/

https://ec.europa.eu/environment/integration/research/newsalert/pdf/368na5_en.pdf

https://landscapewpstorage01.blob.core.windows.net/www-landscapeinstitute-org/

http://chm-thai.onep.go.th/chm/alien/document/Alienplant/plant_alien.pdf

https://wingscales.com/

 

Illustration by Montree Sommut

Share :

Tags:

Refield Lab

Refield Lab

Close Menu