CITY CRACKER

No Planet B! เมื่อเราทุกคนต้องคิดถึงโลกให้เยอะขึ้น

สังคมมนุษย์นั้นมีแต่จะแย่ลง เราอยากให้มันลงดิ่ง หรือลงแบบลาดเอียง เพื่อยืดระยะเวลาของความเสื่อมไปให้ไกลที่สุด ความจริงแท้คือเรามีโลกแค่ใบเดียว สิ่งที่เราทำไมว่าจะมากหรือน้อย ย่อมส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ และความเป็นไปของโลก ที่สุดท้ายแล้วมันก็ส่งผลต่อตัวเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

แต่ถ้าเราไม่เห็นความสำคัญของโลก ไม่รู้สึกว่าโลกนี้มีแค่ใบเดียว ต่อให้คุณจะทำกระบวนการดี ออกแบบดีแค่ไหน สุดท้ายมันก็นำไปสู่ปัญหาเดิม หากเราตระหนักได้ว่า เรามีชีวิตอยู่เพื่ออะไร ควรพัฒนาสิ่งใด นี่คือ mindset สำคัญ ที่จะกำหนดสิ่งที่เราทำนับจากนี้

สมการของการพัฒนาเมืองที่ผ่านมา เรามุ่งเน้นแต่การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ เน้นการท่องเที่ยว ขายทรัพยากร ขายกายภาพที่สวยงาม เป็นเมืองที่น่าเที่ยว แต่ไม่ใช่เมืองที่น่าอยู่ เราไม่เคยมีสมการที่คิดถึงคนและธรรมชาติอยู่ในสมการเดียวกัน เราอาจจะยังไม่เคยเจอยาแรง ที่มากระตุกต่อมคิดพวกเรา ให้เห็นคนและธรรมชาติในสมการเดียวกัน

ภายในปี 2030 UN ได้ตั้งเป้าเรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อให้ทุกชาติร่วมมือกันสร้างโลกที่ยั่งยืน ชะลอความดิ่งเหวของสังคมโลกให้ช้าลงแต่เรายังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงที่จะทำให้เรามั่นใจว่า การกระทำของทั้งรัฐ เอกชน สังคม มันตอบสนอง ทันท่วงทีกับความท้าทาย

การมีส่วนร่วม การหา win-win solution เป็นคำกล่าวอ้างที่ฟังดูดี แต่ตราบใดที่เราไม่มี mindset ต่อโลกร่วมกัน ไม่ได้คำนึงถึงทุกคน ธรรมชาติ และคนใน generation หลังเรา ให้มาอยู่บนโต๊ะเจรจาด้วยแล้ว มันก็เป็นเพียงการเจรจาที่เอื้อประโยชน์ต่อกัน และอาจนำไปสู่ความหายนะเช่นเดิม เพราะเรายังไม่ได้เปลี่ยน mindset และมีเป้าหมายใหม่ร่วมกัน

เราต้องการรัฐที่ดี เอกชนที่ดี ประชาสังคมที่ดี พลเมืองที่ดี ข้อมูลและการสื่อสารที่ดี ภายใต้กระบวนการที่ดี เพื่อขับเคลื่อนสังคมที่ดี แต่การจะบอกว่าอะไรดีนั้นไม่ใช่การชี้นิ้วบอกแล้วมันจะดีได้ แต่มันต้องเกิดจากการเรียนรู้ร่วมกัน อย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับ mindset หาสิ่งที่เหมาะและดีกับเราและโลก สร้าง success case ถอดบทเรียนและสานต่อ เพื่อให้เป็นชัยชนะของทุกฝ่าย

 

รัฐเองต้องเป็นหลัก เพื่อชี้นำสังคม ด้วยธรรมาภิบาล และรวมถึงเราทุกคนที่มีบทบาทในวิชาชีพต่างๆ เพื่อพาสังคมไปสู่เป้าหมาย

 

เราเห็นตัวอย่างที่ทำสำเร็จทั้งจากรัฐ เอกชน ประชาสังคมและพลเมืองเช่นกัน แต่จะทำอย่างไรให้ความสำเร็จเหล่านั้นไม่ใช่เพียงแค่ประกายที่จุดให้ความหวังและดับไป ไม่ยั่งยืน ครั้งแล้วครั้งเล่า แต่เป็นประกายที่ส่งต่อ ช่วยกันโหม ให้ลุกโชน มีเชื้อฟืนเติมสนับสนุน และถูกจุดจากหลายๆที่มารวมกัน มันก็จะเป็นพลังที่มากพอที่จะช่วยโลกใบนี้ให้เหลือพอสู่รุ่นต่อไปได้บ้าง

 

Illustration by Thitaporn Waiudomwuut
Share :

Tags:

Yossapon Boonsom

Yossapon Boonsom

ภูมิสถาปนิกและนักรณรงค์เพื่อแม่น้ำ พื้นที่สาธารณะและเมืองสำหรับทุกคน ที่ปัจจุบันหันมาทำสื่อที่เพื่อสร้างความเข้าใจต่อการพัฒนาเมืองร่วมกัน ในบทบาทของบรรณาธิการบริหาร เพจ City Cracker
Close Menu