CITY CRACKER

Lido Connect การหวนสู่อดีตเพื่อก้าวสู่อนาคตของลิโด้

เวลาเราพูดคำว่า disruption เราอาจจะรู้สึกว่าเป็นคำใหม่ (ที่เก่าแล้ว) จริงๆ คำว่า disruption น่าจะเป็นคำอธิบาย ‘ความเปลี่ยนแปลง’ ที่พอมายุคใหม่ เรามีความเปลี่ยนแปลง มีกระแสที่ฉับไวจนเจ้าการเปลี่ยนแปลงนี้แทบจะกลายเป็นปกติวิสัย เราถูกเปลี่ยนจากระบบ จากข้อมูล จากโปรแกรมใหม่ๆ แทบจะเป็นระดับนาที

 

พื้นที่อย่างโรงหนังสแตนด์อะโลน ธุรกิจและพื้นที่ของผู้คนก็ดูจะเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ถูก disrupt ถูกความเปลี่ยนแปลงทั้งหลายโถมทับ ตัวโรงหนังเก่าที่เคยเป็นพื้นที่ความทรงจำ เป็นพื้นที่ที่มีสถาปัตยกรรมพิเศษจากยุค 80s 90s เป็นตัวแทนสำคัญจากยุคสมัยจึงค่อยๆ เปลี่ยนแปลง ล้มหายไปจากเมืองของเรา

ลิโด้เองเป็นอีกหนึ่งพื้นที่สำคัญที่ตัวลิโด้และย่านสยามมีความซับซ้อน มีความเป็นตำนาน ในขณะเดียวก็เป็นที่ทางที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ ปัจจุบันลิโด้ได้รับการแปลงโฉมขึ้นใหม่ กลายเป็น Lido Connect เราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญนี้จากวงเสวนาครั้งแรกของ City Cracker ในความเห็นวิทยากรทั้ง 3 ท่าน คือคุณไก่- ศันสนีย์ ปางมณี ประธานผู้บริหารฝ่ายกลยุทธ์ผู้ดูแลทิศทางและมุมมองทางธุรกิจของ Lido Connect คุณอู๋- ภฤศธร สกุลไทย หนึ่งในทีมออกแบบลิโด้โฉมใหม่ และคุณบี- อมตะ หลูไพบูลย์ สถาปนิกผู้สนใจวัฒนธรรมของภาพยนตร์และโรงหนังสแตนด์อะโลน ทำให้เราเห็นว่า การกลายมาเป็น Lido Connect มีความซับซ้อน ทั้งในแง่ของการรักษาอดีต การหวนไปสู่อดีต และการออกแบบพื้นที่จากกิจการโรงหนังแบบเดิมไปสู่พื้นที่และแผนธุรกิจใหม่ๆ เพื่อเป็นพื้นที่ทางประสบการณ์ เป็นพื้นที่ทางกายภาพเพื่อรับมือกับพลังของโลกออนไลน์

 

 

สำรวจความหมาย และปัจจุบันของลิโด้

สยามถือเป็นพื้นที่หัวใจหนึ่งของกรุงเทพฯ การพัฒนาส่วนใดๆ ของสยามจึงมีประเด็นให้คิดคำนึงมากไปกว่าความคุ้มค่าต่อมูลค่าที่ดิน วิทยากรทั้งสามต่างเห็นพ้องว่าสยามเป็นพื้นที่แห่งเรื่องราว เป็นดินแดนของความทรงจำ ตัวสยามเองจึงมีความเป็นตำนาน เป็นมวลหรือกลุ่มก้อนพลังงานสำคัญที่จำเป็นต้องเข้าใจและตีความออกมาสู่การพัฒนาย่าน

ตัวลิโด้เองจึงเป็นพื้นที่พิเศษยังคงควรรักษาไว้ คุณอู๋เห็นว่าสยามเป็นย่านวัยรุ่น เป็นอีกฝั่งถนนของห้างใหญ่ที่ตัวสยาม- ลิโด้เองมีความวัยรุ่น มีความสดใหม่ มีความเป็นตรอกซอกซอย จริงอยู่ว่าสยาม ร้านค้า แบรนด์และตำนานต่างๆ เช่นชาไข่มุก ร้านเสื้อผ้า ร้านซ่อมเฉพาะทางต่างๆ อาจมีการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยและไลฟ์สไตล์

ในด้านธุรกิจ ทางผู้บริหารกลยุทธ์เห็นว่า ความเปลี่ยนแปลงใหญ่ การเปลี่ยนแปลงของไลฟ์สไตล์ การเข้ามาของโลกออนไลน์ที่ความบันเทิงถูกส่งขึ้นสู่มือของเราได้อย่างรวดเร็ว ประกอบกับการรักษาอดีตอันยาวนานของลิโดเพื่อเชื่อมโยงผู้คน โยงอดีต โยงเจนเนอเรชั่นต่างๆ เข้าไว้เพื่อเน้นย้ำว่าเรายังคงต้องการพื้นที่ทางกายภาพ เป็นพื้นที่เอนเตอร์เทนเมนต์ที่ตอบโจทย์ความต้องการใหม่ๆ อย่างตรงจุดมากขึ้น

 

Lido Connection ออกแบบความเก่า เข้าสู่ความใหม่

แน่นอนว่าแกนสำคัญของลิโด้คืออดีต แต่โจทย์สำคัญคือ ‘ความใหม่’ ของลิโด้ในฐานะพื้นที่ทางธุรกิจและพื้นที่คอมมูนิตี้จะมอบให้กับผู้มาเยือนได้ จากโรงหนังดั้งเดิม ลิโด้จึงเริ่มก้าวจากโรงหนังไปสู่พื้นที่เชิงประสบการณ์ เป็นการคอนเนกมนต์ขลังจากแต่ละยุคเพื่อก้าวไปสู่โมเดลบริการใหม่ๆ จากโรงหนังเดิม ไปสู่กิจกรรมการฉายหนังที่มีเรื่องราว มีความเป็นวัฒนธรรมมากขึ้น โจทย์จากฝ่ายธุรกิจ เช่นการวางกิจกรรมร่วมกันระหว่างการดูหนัง การทอล์กและดนตรีจึงนำไปสู่โจทย์การออกแบบจนกลายเป็น Lido Connect ในปัจจุบัน

ทางผู้ออกแบบตัวคุณอู๋เองก็มีประสบการณ์ตรงกับพื้นที่จึงพยายามเปิดพื้นที่เพื่อนำไปสู่การใช้งานใหม่ๆ เช่นการขอพื้นที่ด้านหน้าเชื่อมโยงเข้าสู่กิจกรรมเช่นการเปิดหมวก การเชื่อมโยงลานระหว่างภายใน-นอก ไปจนถึงการออกแบบแผ่นป้ายนีออนที่นอกจากจะรักษาแสงสีของโรงหนังเดิมไว้ ยังเปิดใช้เป็นพื้นที่โฆษณาประกอบได้ด้วย

 

 

ในมุมมองและข้อสังเกตของคุณอมตะกล่าวว่าจากการทำกิจกรรมที่ผ่านมาก็ดูเหมือนว่าทาง Lido Connect ค่อนข้างประสบความสำเร็จตามแนวกลยุทธ์ที่วางไว้ในฐานะการดึงลูกค้าและนำผู้คนย้อนอดีตกลับไป มีการฉายหนังระดับตำนาน และในกิจกรรมนั้นเราก็ได้เห็นภาพผู้คนจากหลายข่วงวัยที่พากันมาดูหนังเรื่องเดียวกัน เป็นประสบการณ์ที่เกิดขึ้นได้ในพื้นที่โรงหนังเท่านั้น ทางผู้บริหารลิโด้เองก็กล่าวถึงกิจกรรมฉายหนังเรื่องพริกขี้หนูกับหมูแฮมที่กลายเป็นปรากฏการณ์ มียอดจองและผู้ชมถล่มทลายที่เราได้เห็นภาพคนกลับมาดูหนังเก่า ในโรงหนังเก่าอีกครั้ง มีการพูดคุยกับผู้กำกับ มีวงวิจารณ์ มีแฟนหนังทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ที่มาทั้งเพื่อนึกถึงอดีตหรือมาเพื่อลองสัมผัสบรรยากาศของอดีตที่ผ่านพ้นไปแล้ว

 

 

Lido Connect จึงเป็นจุดเริ่มต้นใหม่ของการจัดการกับอดีต การรักษา การสื่อสารและการเชื่อมโยงกับผู้คนเพื่อก้าวเดินต่อไป ในโลกของความเปลี่ยนอย่างรวดเร็วนี้ทางผู้บริหารเองก็ให้ความสำคัญกับการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงสำคัญๆ ที่ได้พิสูจน์แล้วว่า การมาถึงของโลกออนไลน์นั้นเข้ามาท้าทายทั้งธุรกิจและการพัฒนา โดยเฉพาะการตั้งคำถามถึงการออกแบบพื้นที่ออฟไลน์ในโลกที่ออนไลน์กำลังเป็นวัฒนธรรมหลัก ดังนั้นเป้าหมายใจความของพื้นที่นี้จึงเป็นการสร้างประสบการณ์ที่สอดคล้องกับความต้องการเฉพาะเจาะจงที่หลากหลายและเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เป็นพื้นที่ที่ต้องวิวัฒน์และพัฒนาต่อ ไม่อาจหยุดนิ่งได้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของความเปลี่ยนทางวัฒนธรรมกระแสใหญ่ จากการพูดคุยของผู้ทรงคุณวุฒิ

Share :

Tags:

Vanat Putnark

Vanat Putnark

Close Menu